ศิลปะการสร้างลวดลายบนผ้าด้วยการมัด พับ บิด แล้วนำไปย้อมสี บริเวณที่ถูกมัดไว้จะกันสีไม่ให้ซึม เกิดเป็นลวดลายเฉพาะตัวที่ไม่ซ้ำใคร
ผ้ามัดย้อม (Tie-dye) คือการย้อมผ้าแบบ “กันสี” (resist dyeing) โดยนำผ้ามา มัด พับ บิด จีบ หรือเย็บ ให้แน่นด้วยเชือกหรือหนังยางก่อนนำไปย้อม บริเวณที่ถูกมัดไว้แน่นสีจะซึมเข้าไม่ได้ จึงเกิดเป็นลวดลายสีขาวหรือสีอ่อนตัดกับพื้นสีย้อม เป็นภูมิปัญญาที่พบทั่วโลก รวมถึงเทคนิค ชิโบริ (Shibori) ของญี่ปุ่น
ซักผ้าใหม่ให้สะอาด ขจัดแป้ง/สารเคลือบออก เพื่อให้ผ้าดูดซับสีได้ดี แล้วบิดหมาดหรือชุบน้ำให้ชื้น
ออกแบบลายด้วยการพับ บิดเป็นเกลียว จับจีบ หรือรวบผ้า แล้วมัดด้วยหนังยาง/เชือกให้แน่น จุดที่มัดแน่นจะกันสีเกิดเป็นลาย
ต้มสกัดสีจากพืช (เช่น ขมิ้นให้เหลือง ฝางให้แดง ครามให้น้ำเงิน) หรือผสมสีย้อมตามต้องการ เติมมอร์แดนต์/เกลือช่วยให้สีติดทน
นำผ้าที่มัดแล้วจุ่มลงน้ำสี — ย้อมร้อน (ต้ม/แช่น้ำอุ่นให้สีติดเร็ว) หรือ ย้อมเย็น (แช่หมักทิ้งไว้) หากอยากได้หลายสีให้จุ่มทีละส่วน
ทิ้งผ้าไว้ในน้ำสีให้ดูดซับสีเต็มที่ (ตั้งแต่ 30 นาที ถึงข้ามคืน แล้วแต่ความเข้มที่ต้องการ)
แกะหนังยาง/เชือกออก แล้วล้างด้วยน้ำสะอาดจนน้ำใส เพื่อชะสีส่วนเกินออก จะเห็นลวดลายปรากฏชัด
แช่ในน้ำมอร์แดนต์อ่อน ๆ เพื่อตรึงสี (ถ้าต้องการ) แล้วผึ่งในที่ร่ม ลมโกรก หลีกเลี่ยงแดดจัดที่ทำให้สีซีด
จับกลางผ้าแล้วหมุนบิดเป็นเกลียว มัดเป็นแฉก ได้ลายวงก้นหอย (Spiral)
พับผ้าแบบพัด (accordion) แล้วมัดเป็นช่วง ได้ลายทางขวาง/แนวตั้ง (Stripes)
รวบผ้าเป็นจุกแล้วมัดเป็นชั้น ๆ ได้ลายวงกลมซ้อน (Bullseye)
พับ-มัด-เย็บตามแบบญี่ปุ่น ได้ลายเรขาคณิตละเอียดคมชัด
ภาพประกอบเป็นสัญลักษณ์ (emoji) และกราฟิก CSS ที่ไม่มีปัญหาลิขสิทธิ์ · เรียบเรียงเนื้อหาจากแหล่งอ้างอิงข้างต้น